The day the earth stood still
December 20, 2008
มีเรื่องมาเล่า
พฤหัสที่แล้วได้ไปดูมาสำหรับ The day the earth stood still
หรือชื่อภาษาไทยว่า วันพิฆาตสะกดโลก (จริงหรือ)

สำหรับหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนัง Sci-Fi ตามสไตล์ที่ชอบดู ก็เป็นหนังรีเมคพลอตเรื่องมาจากหนังเก่าเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว สำหรับความคาดหวังก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายสำหรับหนังเรื่องนี้ ก็เพราะไม่ค่อยเห็นโปรโหมดอะไรมากมาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะย่ำแย่อะไรมาก อย่างน้อยก็ได้พระเอกหน้าตาดีจากเมทริกซ์อย่าง คีนู มาแสดง โดยในการนี้ก็ได้ไปดูที่ เมเจอร์รัชโยธิน สำหรับราคาที่นั่งอย่างโรงพรีเมี่ยมด้วยราคา 170 บาทต่อที่นั่ง
เนื้อเรื่องได้กล่าวถึง การบุกของหุ่นยนต์จากต่างดาวเพื่อหยุดมนุษย์ไม่ให้ทำลายโลก เนื่องจากมนุษย์ต่างดาวพวกนี้เกิดความอยากที่จะรักษาดวงดาวแห่งนี้ โดยการกำจัดมนุษย์ออกไป โดยได้ส่งพระเอกมาด้วย(เพื่ออะไรไม่รู้ สงสัยมาเป็นเพื่อนหุ่นยนต์นั้น) หลังจากนั้นพระเอกก็ได้พบกับนางเอก สงสัยใจถึงใจจากผู้กำกับหรือยังไงไม่ทราบ ก็ทำให้นางเอกไปช่วยเหลือพระเอก พระเอกมาช่วยนางเอก ไปๆมาๆ พระเอกเอามือแตะลูกบอลแสง หุ่นยนต์จากต่างดาวถูกทำลายหมด เป็นอันว่า…จบ โลกสู่สันติสุข …..
หนังจบมองหน้ากันแล้วร้องออกมาว่า มอ มอ (เห้ยไม่ใช้วัวละ) … นี่มันดักควายนี่หว่า
ตอนนี้ได้มีเพื่อนตั้งชืื้่อหนังเรื่องนี้ให้ใหม่แล้วว่า
“The Fool the Buffalo Stood Still โลกยังอยู่เงินกูหายไป“
ซึ่งจากความเห็นส่วนตัว เนื้อเรื่องก็ดูดีนะครับ แต่การลำดับเรื่อง ความเป็นเหตุเป็นผลยังแปลกๆอยู่อาจจะมีดีที่ดึงดูดคนได้ก็สเปเชี่ยลเอฟเฟคที่ดูแปลกตาไปอีกแบบ รวมถึงพระเอกระดับคีนูรีฟ
ปล. ความเห็นส่วนตัวนะครับ คนอื่นจะชอบมั้ย ต้องไปลองพิสูจน์กันครับ ….. เป็นไงก็มาบอกกันมั่ง อิอิ

โฉมหน้าพระเอก คลาทู

วัตถุลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์ประมาณ์ว่าจะทำให้โลกแตกเป็นเสี่ยงๆ (ลูกเท่านั้นแหละ เล็กกว่าตึกเวิลเทรดอีก)
เป็นที่น่าสังเกตุว่าตอนพุ่งเข้าชนไม่เกิดการเสียดสีกับอากาศจนเกิดการลุกไหม้ แสดงว่าเทคโนโลยีเค้าดีจริง

ดูจนจบก็ยังไม่รู้ว่ามันทำอะไร สงสัยจะส่งกระแสจิตอะไรบางอย่าง
Entry Filed under: diary. Tags: The day the earth stood still.
3 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed






1.
sasipa | December 20, 2008 at 11:37 pm
อ่านแล้วสรุปว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเสียเงินไปดูรึป่าวเนี่ย….
2.
tactics4all | December 21, 2008 at 12:51 pm
ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ คิดว่าช่วงนี้มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่า อิอิ
3.
gangurru | December 22, 2008 at 7:58 am
เรื่องนี้แนวปรัชญาคือกระตุ้นให้รักษ์โลก
แต่ดู wall-e แล้วรักโลกมากกว่านะ